รวมที่นี่! “แบงก์ช่วยลูกหนี้“ กระทบน้ำท่วม พักหนี้-ลดดอกเบี้ย
รวมมาตรการช่วยลูกหนี้น้ำท่วม ธนาคารหลายแห่งออกมาตรการพักหนี้ ลดดอกเบี้ย และเติมทุนฉุกเฉิน เช็กเงื่อนไขแต่ละธนาคารได้ที่นี่
จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศ จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันและสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจ ธนาคารหลายแห่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการพักชำระหนี้ ลดหรือพักดอกเบี้ย เติมสภาพคล่อง รวมถึงสินเชื่อสำหรับซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูกิจการ เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตั้งหลักและกลับมาดำเนินชีวิตหรือธุรกิจได้อีกครั้ง
ธอส. ออก 7 มาตรการ พักหนี้สูงสุด 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% พร้อมสินเชื่อซ่อมบ้าน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออก “มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2569” รวม 7 มาตรการ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากและน้ำท่วมฉับพลัน โดยสามารถยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่หลักประกันได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สามารถพักชำระหนี้ได้นาน 3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี และไม่ต้องชำระเงินงวด
กรณีหลักประกันได้รับความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ สามารถพักชำระหนี้ได้นาน 6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ยเหลือ 0% ต่อปี และเงินงวดผ่อนชำระ 0 บาท เมื่อครบระยะเวลาช่วยเหลือ ลูกค้าจะกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมตามสิทธิ
นอกจากนี้ ลูกค้าที่ต้องการกู้เงินเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สามารถกู้ได้สูงสุด 300,000 บาทต่อราย ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี เพียง 1% ต่อปี และวงเงิน 200,000 บาทถัดมา คิดอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus
มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ที่ต้องการกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนบ้านหลังเดิม สามารถกู้ได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน
ช่วงเดือนที่ 1-3 คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด เดือนที่ 4-24 คิดอัตราดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 คิด MRR-3.30% ต่อปี ปีที่ 4 คิด MRR-2.40% ต่อปี และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้ารายย่อยคิด MRR-0.50% ต่อปี ส่วนลูกค้าสวัสดิการคิด MRR-1.00% ต่อปี ขณะที่การกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย คิดอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR
ปัจจุบัน MRR ของ ธอส. อยู่ที่ 6.145% ต่อปี สามารถกู้ได้นานสูงสุด 40 ปี โดยกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระเริ่มต้นประมาณ 3,100 บาทต่อเดือน พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน 1,900-2,800 บาท และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจำนองไม่เกิน 1% ของวงเงินจำนอง
มาตรการที่ 3 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย สามารถประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดย 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0% ต่อปี และไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 คิดดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี และให้ผ่อนชำระไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน เมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ จะกลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนเข้ามาตรการ
มาตรการที่ 4 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ สามารถประนอมหนี้ได้ไม่เกิน 1 ปี โดย 6 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0% ต่อปี และผ่อนชำระเพียง 1,000 บาท จากนั้นเดือนที่ 7-12 คิดดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวกอีก 100 บาท เมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ จะกลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิม
มาตรการที่ 5 สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและสถานะ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ธนาคารจะพิจารณาให้ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาคงเหลือ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี
มาตรการที่ 6 สำหรับลูกค้าสถานะบัญชีปกติและ NPL หากที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ธนาคารจะพิจารณาปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะส่วนของที่ดินที่เหลืออยู่ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี
มาตรการที่ 7 ธอส. เปิดพิจารณาสินไหมแบบเร่งด่วน หรือ Fast Track สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติกับบริษัทประกันภัยที่ธนาคารจัดให้ โดยผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความเสียหายผ่านภาพถ่าย และธนาคารจะพิจารณาจ่ายค่าสินไหมตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 20,000 บาท
สำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์เริ่มความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 จะได้รับความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงอีกไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ทั้งหมดเป็นไปตามรายละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดในกรมธรรม์
ลูกค้าสามารถติดต่อยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติม G H BANK Call Center โทร. 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และช่องทาง G H BANK Social Media ของธนาคาร
SME D Bank พักหนี้เงินต้น-ดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน เติมทุนฉุกเฉินสูงสุด 2 แสนบาท
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือ SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเน้นทั้งการลดภาระหนี้และเติมทุนฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการกลับมาเดินหน้าได้เร็วขึ้น
มาตรการแรกคือ พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม และอยู่ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด
สำหรับเงินกู้แบบมีระยะเวลา หรือ Term Loan สามารถพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ส่วนสัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือ P/N และสินเชื่อแฟคตอริ่ง สามารถขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปได้สูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้
นอกจากนี้ ลูกค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและมีสถานประกอบการอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติตามที่ธนาคารกำหนด สามารถขอ เติมทุนฉุกเฉินเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูกิจการ วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท โดยบุคคลธรรมดากู้ได้สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคลสูงสุด 200,000 บาท
สินเชื่อดังกล่าวคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม และลดขั้นตอนการนำส่งเอกสาร เพื่อเร่งช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
หลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ธนาคารยังมีสินเชื่อสำหรับเติมทุน เสริมสภาพคล่อง ลงทุน และยกระดับธุรกิจ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ประกอบด้วย
- สินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
- สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท
- สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท
ผู้ประกอบการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้ ผ่านสาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ, LINE Official Account: SME Development Bank หรือเว็บไซต์ www.smebank.co.th สอบถามเพิ่มเติม Call Center 1357
ออมสิน พักเงินต้น-ยกดอกเบี้ย 3 เดือน พร้อมสินเชื่อฉุกเฉิน-ฟื้นฟู
ธนาคารออมสินออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ยนาน 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและเปิดโอกาสให้ลูกค้าตั้งหลักรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม ยกเว้นสินเชื่อบางประเภทตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด โดยต้องมีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ในช่วงพักหนี้ ธนาคารจะ ยกดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องนำกลับมาชำระภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้ 3 งวด จะนำไปรวมชำระในงวดสุดท้าย เมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้ ลูกค้าจะกลับมาชำระเงินงวดตามเงื่อนไขสัญญาเดิม
ธนาคารจะทยอยแจ้งสิทธิ์ให้ลูกค้าผ่าน SMS หรือจดหมายโดยตรง หากไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อธนาคารออมสินทุกสาขา หรือ GSB Contact Center โทร. 1115 เพื่อชำระหนี้ตามปกติ
นอกจากการพักหนี้ ออมสินยังจัดชุดสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ โดย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก
สำหรับผู้ที่ต้องการเงินใช้จ่ายในช่วงวิกฤต มี สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก จากเดือนที่ 4 เป็นต้นไปคิดอัตราดอกเบี้ย Flat Rate 0.60% ต่อเดือน ผ่อนชำระสูงสุด 24 เดือน และยื่นความประสงค์ได้ที่สาขาธนาคารออมสิน
อีกทางเลือกคือ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก จากเดือนที่ 4 เป็นต้นไปคิดอัตราดอกเบี้ย Flat Rate 0.50% ต่อเดือน และผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน
สำหรับช่วงฟื้นฟู ผู้ที่ต้องซ่อมแซมเครื่องมือทำกินหรือใช้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อกลับมาประกอบอาชีพ สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 300,000 บาทต่อราย คิดดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก จากเดือนที่ 4 เป็นต้นไปคิดอัตราดอกเบี้ย Effective Rate 15.00% ต่อปี และผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี
ส่วนผู้ที่บ้านได้รับความเสียหาย สามารถขอ สินเชื่อฟื้นฟูบ้านสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-24 คิดดอกเบี้ย 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 คิด MRR-3.35% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-0.75% ต่อปี
โดย MRR ของธนาคารออมสิน ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.045% ต่อปี พร้อมสนับสนุนค่าประเมินราคาหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท
ด้านผู้ประกอบการ SMEs ที่สถานประกอบการได้รับความเสียหาย หรือจำเป็นต้องลงทุนในสิ่งป้องกันภัย สามารถขอ สินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน SMEs ที่ประสบภัยพิบัติ วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย หรือกรณีใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงินกู้ สามารถกู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี
อัตราดอกเบี้ยปีแรกอยู่ที่ MLR-2.65% ต่อปี และปีที่ 2 เป็นต้นไปเท่ากับ MLR โดย MLR ของธนาคารออมสิน ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 อยู่ที่ 6.025% ต่อปี พร้อมปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 1 ปี ทั้งหมดเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของธนาคาร
ทั้งนี้ มาตรการพักหนี้ไม่รวมสินเชื่อบางประเภท เช่น สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อชีวิตสุขสันต์ และสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้ประจำ ขณะที่สินเชื่อ Soft Loan สินเชื่อองค์กรชุมชน และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ (PSA) รวมถึงเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ธนาคารออมสิน หรือ GSB Contact Center โทร. 1115
กรุงไทย ลดดอกเบี้ย-ลดค่างวด พร้อมเสริมสภาพคล่องผู้ประสบภัย
ธนาคารกรุงไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยครอบคลุมทั้งการลดภาระทางการเงินผ่านการลดดอกเบี้ยและลดค่างวดชำระหนี้ รวมถึงการเสริมสภาพคล่องสำหรับการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน-31 ธันวาคม 2569 โดยต้องยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ
สามารถติดต่อธนาคารกรุงไทยได้ที่ 02-111-1111 กด 99 หรือเจ้าหน้าที่ดูแลสินเชื่อของลูกค้า
ธ.ก.ส. สนับสนุนเงินทุน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน
นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน ธ.ก.ส. เปิดโครงการช่วยเหลือ คือ
1. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินให้แก่ลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ปี 2569/70 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพหรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นในครัวเรือนของเกษตรกรลูกค้า เช่น ค่าซ่อมแซมบ้านเรือน/อาคารโรงเรือน ซ่อมแซมเครื่องมืออุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ หรือเงินทุนทำการผลิตรอบใหม่ เป็นต้น วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%)
2. โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้า ผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ
เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/โรงเรือนการเกษตร หรือเครื่องมือ/เครื่องจักรกลทางการเกษตร หรือฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ต่อปี (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575%) ระยะเวลาชำระคืนภายใน 15 ปี
นอกจากนี้ ธ.ก.ส. หลังจากสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส. จะดำเนินการลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของลูกค้า ทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและลดภาระหนี้สินต่อไป สำหรับลูกค้า ธ.ก.ส. ผู้ประสบภัย สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ลูกค้าสังกัด หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง
บสย.พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง ล่าสุด บสย. ได้ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ที่ประสบอุทกภัยและมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ตามประกาศของหน่วยงานราชการ หรือตามที่ บสย. กำหนด) โดยพักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด 6 เดือน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. มาตรการช่วยเหลือลูกค้า ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ และค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ โดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ที่จะครบกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่งอยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผ่าน LINE OA: @tcgfirst
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้า-ลูกหนี้ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามประกาศของหน่วยงานราชการ หรือตามที่ บสย. กำหนด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999 และ LINE OA: @tcgfirst
“ไอแบงก์ พักชำระหนี้สูงสุด 6 เดือน ยกเว้นค่าปรับช่วงพักชำระ
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารออกมาตรการ ‘พักหนี้ เติมทุน ไปต่อ’ เริ่มจากลดภาระหนี้ในช่วงที่ลำบากที่สุด แล้วเติมเงินทุนให้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ทุกคนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว”
มาตรการที่ 1 พักหนี้ : พักชำระหนี้เดิม สำหรับลูกค้ารายย่อยที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 2 ล้านบาท และลูกค้า SMEs (สินเชื่อแบบมีระยะเวลา) ที่มีภาระหนี้เงินต้นคงเหลือไม่เกิน 20 ล้านบาท • กรณีเสียหายรุนแรง
จนไม่สามารถอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการได้ พักชำระทั้งเงินต้นและกำไร สูงสุด 3 เดือน • กรณีเสียหายบางส่วน แต่ยังอยู่อาศัยหรือดำเนินกิจการได้ พักชำระเฉพาะเงินต้น (ชำระกำไร) สูงสุด 6 เดือน • ขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้ไม่เกินระยะเวลาที่พักชำระ และยกเว้นค่าปรับ (Late Charge) ที่เกิดจากการผิดนัดชำระในช่วงที่พักชำระ
มาตรการที่ 2 เติมทุน : สินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูกิจการ
- สินเชื่อซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัย (รายย่อย) วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 20 ปี อัตรากำไรปีแรก 1.99% ต่อปี ปีที่ 2–3 เท่ากับ SPRL-3.50% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 4 เท่ากับ SPRL-1.50% ต่อปี
- สินเชื่อฟื้นฟูกิจการ (SMEs) วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 5 ปี อัตรากำไรปีแรก 3.25% ต่อปี ปีที่ 2–3 เท่ากับ SPRL-1.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 4 เท่ากับ SPRL (ปัจจุบัน SPRL เท่ากับ 7.68% ต่อปี)
มาตรการที่ 3 ไปต่อ : เคลมประกันภัย Fast Track สำหรับลูกค้าเดิมที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ ธนาคารจะเร่งประสานการเคลมสินไหมให้เป็นกรณีเร่งด่วน เพื่อให้ลูกค้าได้รับค่าสินไหมและซ่อมแซมทรัพย์สินได้เร็วที่สุด
ลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการติดต่อธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ทุกสาขาใกล้บ้าน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ibank Contact Center 1302 หรือ แชตทาง Messenger : Islamic Bank of Thailand - ibank (@ibank.th) และ Line : iBank 4 all (@ibank)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB